รีวิวโบรกเกอร์ Exness ดีไหม จากประสบการณ์จริง ในปี 2026?
Exness คืออะไร และยังน่าใช้ในปี 2026 หรือไม่
ภาพรวมโบรกเกอร์ Exness แบบเข้าใจง่าย
- Exness คือโบรกเกอร์ Forex/CFD ระดับโลกที่เปิดให้เราเข้าไปเทรดพวกค่าเงิน ทอง น้ำมัน คริปโต อะไรพวกนี้ครับ
- จากที่ผมไล่อ่านข้อมูลมา ต้องบอกว่าเขาเป็นโบรกที่อยู่มานานพอสมควรถือว่าเป็นโบรกเกอร์รายแรกๆในประเทศไทยด้วยซ้ำไป จึงเป็นโบรกเกอร์ดับแรกๆที่คนไทยรู้จักมากที่สุดก็ว่าได้แหละครับ
- จุดที่ผมรู้สึกว่าคนพูดถึงกันเยอะคือเรื่อง “ความเสถียร” ของระบบเทรด และการฝากถอนที่ค่อนข้างเร็ว ซึ่งตรงนี้ผมค่อนข้างเห็นด้วยครับเรื่องความเร็วฝากถอนผมยกให้เป็นอันดับต้นๆเลย
- อีกจุดเด่นเลยก็คือ เรื่องใบอนุญาตที่มีหลายประเทศรองรับ ไม่ได้พึ่งแค่ที่เดียวครับและอีกอย่างคือมีใบอนุญาตในดับ Tier 1 ด้วย
- โดยรวมแล้วภาพของ Exness สำหรับผมคือ “โบรกใหญ่ ระบบนิ่ง ใช้งานง่าย” เหมาะกับมือใหม่จริงๆครับ
จุดเด่นที่ทำให้ Exness ยังได้รับความนิยม
- เรื่องแรกที่ผมว่าเป็นจุดขายจริง ๆ คือ “ฝากถอนเร็วมาก” เพราะหลายรีวิวก็ไปในทางเดียวกัน บางเคสคือแทบจะทันทีเลยครับ และแน่นอนว่าผมเองก็ทดสอบให้ดูจริงในบทความนี้ด้วย
- Leverage ที่ให้มาค่อนข้างสูง เรียกว่าเหมาะกับสายที่อยากใช้ทุนไม่เยอะแต่เพิ่มโอกาสทำกำไรได้มากขึ้น ซึ่งตรงนี้ก็ต้องใช้ให้เป็นด้วยนะครับ ไม่งั้นเสี่ยงเหมือนกัน
- มีประเภทบัญชีให้เลือกหลากหลาย ทั้งสายเริ่มต้นและสายมืออาชีพ
- Spread โดยรวมถือว่าอยู่ในระดับแข่งขันได้(หมายถึง Spread พอสู้กับโบรกเกอร์อื่นๆได้) โดยเฉพาะบัญชีบางประเภทที่เน้นเทรดเป็นอาชีพ อันนี้ผมมองว่าค่อนข้างโอเคเลยครับ
- รองรับภาษาไทย มีซัพพอร์ตคนไทยตอบไวแก้ปัญหาไว เหมือนจะเรื่องเล็กแต่สำคัญมากเวลาเจอปัญหา เพราะไม่ต้องมานั่งแปลเองให้ปวดหัวครับ
- อีกจุดที่ผมรู้สึกว่ามีผลแบบเงียบ ๆ เลยคือ “ความคุ้นตา” ของแบรนด์ Exness นี่แหละครับ โลโก้เขามันติดตาคนไทยมานานมากแล้ว เพราะเป็นหนึ่งในโบรกยุคแรก ๆ ที่เข้ามาทำตลาดในไทยเลย
ข้อกังวลที่เทรดเดอร์ควรรู้ก่อนใช้งาน
- ถึงจะมีหลาย License แต่ต้องเข้าใจว่า “ไม่ได้อยู่ภายใต้หน่วยงานระดับท็อปทุกตัว” ดังนั้นบางคนก็ยังมีความกังวลเรื่องความน่าเชื่อถืออยู่บ้างครับ
- Leverage สูงมากก็จริง แต่ผมมองว่ามันเป็นดาบสองคม มือใหม่ถ้าไม่ระวัง มีสิทธิ์พอร์ตแตกได้เร็วเหมือนกันครับ
- มีรีวิวจากผู้ใช้บางส่วนที่พูดถึงเรื่องสลิปเพจ หรือออเดอร์ไม่ตรงช่วงข่าวแรงๆ อันนี้เป็นเรื่องที่เจอได้กับหลายโบรก แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีคนพูดถึงอยู่ครับ (ในไทยเองก็มีคนออกมาพูดบ่อยๆช่วงข่าวแรงๆว่ากราฟมักจะมีปัญหาบ่อยๆ) ดังนั้นถึงระบบดีจริง แต่บางช่วงที่ตลาดผันผวนหนักๆก็อาจมีอาการหน่วงบ้าง ไม่ได้ลื่นตลอดเวลา 100% ครับ
Exness น่าเชื่อถือแค่ไหน? วิเคราะห์จากโครงสร้างบริษัท
หน่วยงานกำกับดูแลและใบอนุญาต
- Financial Conduct Authority (FCA) – United Kingdom ระดับ Tier 1
- License: 730729
- ตัวนี้ถือว่าเป็นระดับสูงสุดแล้ว ค่อนข้างเข้มงวดมาก แต่ในความเป็นจริงจะไม่ได้เปิดให้ลูกค้าทั่วไปใช้ครับ
- Cyprus Securities and Exchange Commission (CySEC) ระดับ Tier 1
- License: 178/12
- เป็นอีกตัวที่อยู่ฝั่งยุโรป มาตรฐานสูง แต่เหมือน FCA คือไม่ได้เปิดให้ลูกค้าทุกภูมิภาค
- Financial Sector Conduct Authority (FSCA) ระดับ Tier 2
- License: FSP 51024
- ตัวนี้จะเริ่มเจอบ่อยขึ้นในฝั่งลูกค้าทั่วไป ความเข้มงวดอยู่ระดับกลาง ๆ ครับ
- Capital Markets Authority (CMA) ระดับ Tier 2
- License: 162
- เป็น License ฝั่งแอฟริกาอีกตัวที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่งครับ
- Financial Services Authority (FSA)ระดับ Tier 3 (Offshore)
- License: SD025
- อันนี้สำคัญเลย เพราะลูกค้าส่วนใหญ่รวมถึงคนไทย มักจะอยู่ภายใต้ License นี้ครับ
- Financial Services Commission (FSC) ระดับ Tier 3 (Offshore)
- License: SIBA/L/20/1133
- เป็นอีกตัวที่ใช้รองรับลูกค้านอกยุโรปเหมือนกันครับ
- Central Bank of Curaçao and Sint Maarten (CBCS) ระดับ Tier 3
- License: 0003LSI
- ใช้สำหรับบางโซนลูกค้า เป็น License ที่ไม่ได้เข้มมากนักครับ
ระบบความปลอดภัยและการดูแลเงินลูกค้า
- มีการแยกเงินลูกค้าออกจากบัญชีบริษัท (Segregated Funds) ซึ่งเป็นมาตรฐานของโบรกที่ดี
- มีการใช้ระบบเข้ารหัสข้อมูล และมาตรการป้องกันบัญชี เช่น การยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน อันนี้ถือว่าทำมาค่อนข้างครบครับ
- มีข้อมูลว่าทางโบรกมีการร่วมงานกับธนาคารระดับใหญ่ (Tier-1) ในการเก็บเงินลูกค้า
แต่ก็ต้องพูดกันตรง ๆ ว่า ถึงจะมีระบบพวกนี้ ก็ไม่ได้แปลว่า “ปลอดภัย 100%” เพราะสุดท้ายความเสี่ยงของการเทรดยังอยู่ที่ตัวเราเองด้วยครับ
เจาะลึกเบื้องหลัง Exness และความเป็นมา
ประวัติการก่อตั้งและการเติบโต
- Exness ก่อตั้งขึ้นในปี 2008 ซึ่งต้องบอกว่าเป็นช่วงวิกฤตการเงินโลกพอดีเลย
- ผู้ก่อตั้งหลักคือ Petr Valov และ Igor Lychagov ซึ่งพื้นฐานไม่ใช่นักขาย แต่เป็นสายเทค + คณิตศาสตร์ อันนี้ผมว่ามันต่างจากโบรกทั่วไปพอสมควร
- สิ่งที่ผมมองว่าน่าสนใจคือ Exness เป็นโบรกที่ “โตแบบต่อเนื่อง”
- การอยู่รอดมาตั้งแต่ปี 2008 ผ่านวิกฤตหลายรอบได้ ผมว่ามันเป็นแต้มต่อเรื่องความน่าเชื่อถือแบบไม่ต้องพูดเยอะเลยครับ
รูปแบบการให้บริการของโบรกเกอร์
- Exness เป็นโบรกประเภท Multi-Asset Broker คือไม่ได้มีแค่ Forex แต่รวมทั้งทอง หุ้น คริปโต น้ำมัน ครบพอสมควรในที่เดียวครับ ซึ่งคาดว่า โบรกแบบ Hybrid (ผสมทั้ง A-book + B-book)
- โมเดลของเขาจะเน้น “เทคโนโลยีเป็นหลัก” มากกว่าเป็นแค่บริษัทการเงิน เพราะทีมผู้ก่อตั้งมาจากสายโปรแกรมเมอร์
- จุดที่ผมรู้สึกว่าเขาคิดมาดีคือเรื่อง Execution ความเร็วในการเปิด-ปิดออเดอร์ เพราะมีการใช้ระบบ algorithm เข้ามาช่วยจัดการคำสั่งครับ
- อีกเรื่องที่กลายเป็นจุดขายไปแล้วคือ “ถอนเงินอัตโนมัติ” ที่เขาเป็นหนึ่งในโบรกแรกๆที่ทำให้มันเร็วแบบแทบจะทันทีครับ
ทีมผู้บริหารและทิศทางองค์กร
- CEO ของ Exness คือ Petr Valov ซึ่งยังเป็นผู้ก่อตั้งอยู่ด้วย อันนี้ผมมองว่าเป็นข้อดี เพราะวิสัยทัศน์มันจะไม่หลุดครับ
- โครงสร้างบริษัทไม่ได้ถูกซื้อโดยธนาคารใหญ่หรือกองทุนยักษ์ ทำให้ยังคงเป็นบริษัทเอกชนที่ผู้ก่อตั้งคุมทิศทางเองอยู่
- แนวคิดหลักของทีมบริหารคือ “เอาเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาในตลาดเทรด” เช่น ลดดีเลย์ ลด requote เพิ่มความโปร่งใส
- ทีมงานมีระดับ global จริง ๆ กระจายอยู่หลายประเทศ และมีพนักงานหลักพันคน ซึ่งสะท้อนว่าไม่ใช่โบรกเล็กแน่นอนครับ
- ฟีลที่ผมได้คือองค์กรนี้มันขับเคลื่อนด้วย “Data + Engineering” มากกว่าการตลาดล้วน ๆ ซึ่งถือว่าแตกต่างจากหลายเจ้าในตลาดครับ
ช่องทางติดต่อและการให้บริการลูกค้า
- Live Chat: ติดต่อผ่านหน้าเว็บหรือในแอปได้เลย รองรับหลายภาษา รวมถึงภาษาไทย และเปิดให้บริการ 24/7 ถือว่าเป็นช่องทางหลักที่ใช้งานจริงบ่อยที่สุดครับ
- Email Support: ใช้อีเมลหลักคือ support@exness.com
- Phone Support: มีหมายเลขสำนักงานใหญ่ เช่น +357 25030959
- Help Center: ศูนย์รวมคำถาม–คำตอบ และบทความสอนใช้งาน สามารถค้นหาวิธีแก้ปัญหาเองได้แบบละเอียดก่อนติดต่อซัพพอร์ตครับ
- Support Ticket: สามารถเปิด Ticket ผ่านหน้า Personal Area ได้ เหมาะกับเคสปัญหาที่ต้องติดตามต่อเนื่องครับ
- สรุปจากมุมผมเลยคือ ช่องทางเขาครบมากจริง ๆ ทั้งแชท โทร อีเมล และระบบ Ticket คือเลือกใช้ตามสถานการณ์ได้เลยครับ แต่ในทางใช้งานจริง ส่วนใหญ่คนจะจบที่ Live Chat เพราะเร็วสุดและตอบไวสุดนั่นเองครับ
Exness ได้รับความนิยมมากแค่ไหนในตลาดโลกและไทย
กระแสการใช้งานในประเทศไทย
- Organic Traffic: 30,260 คน/เดือน
- Organic Keywords: 237 คำ
- Page Authority: 32 (Good)
- Paid Traffic: 0% (Organic ล้วน)
- Social Media (ไทย + Global ที่เข้าถึงไทย)
- Facebook Exness: 4+ ล้านผู้ติดตาม
- YouTube (คอนเทนต์ไทย)
- รีวิวจำนวน หลายร้อยคลิป
- ยอดวิวต่อคลิป: 1,000 – 100,000+ วิว
การยอมรับในตลาดต่างประเทศ
- Organic Traffic: 465,148 คน/เดือน
- Organic Keywords: 39,680 คำ
- Domain Authority: 59 (Great)
- Backlinks: 7,874,598 ลิงก์
- Paid Traffic: 0%
- Social Media (Global)
- Facebook: 4+ ล้านผู้ติดตาม
- YouTube Official: ช่อง Global มีคอนเทนต์หลายภาษา
- Presence: ครอบคลุมหลายภูมิภาค (เอเชีย, แอฟริกา, ยุโรป)
ถ้ามองจากข้อมูลทั้ง Ubersuggest และ Social media จะเห็นว่า Exness มีความแข็งแรงทั้งฝั่ง “คนค้นหา” และ “คนติดตาม” อย่างชัดเจนครับ ฝั่ง Global มีทราฟฟิกระดับหลักแสนต่อเดือน พร้อม Keyword เกือบ 40,000 คำ และ Backlink หลายล้าน ซึ่งสะท้อนถึงการเป็นเว็บระดับใหญ่จริง ขณะที่ Social อย่าง Facebook ก็มีผู้ติดตามหลักล้าน ทำให้แบรนด์ยังอยู่ในสายตาตลอดเวลา ส่วนในไทย แม้ทราฟฟิกจะอยู่ราว 30,000 ต่อเดือน แต่ก็มีคอนเทนต์รีวิวจำนวนมากรองรับ ทำให้เกิด community จริง สรุปคือ Exness ไม่ได้โตจากโฆษณาอย่างเดียว แต่โตจากการใช้งานจริงและการรับรู้ระยะยาวครับ
ประเภทบัญชีเทรดของ Exness
ค่าธรรมเนียมของ Exness (แบบเจาะลึก)
วิเคราะห์ความคุ้มค่าธรรมเนียม
- เอาแค่ 3 ตัวนี้ก็เห็นภาพแล้วว่า Exness ทำต้นทุนได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตลาดค่อนข้างชัด โดยเฉพาะทองกับ BTC ที่ต่างกันเกือบเท่าตัวเลยครับ
- EURUSD นี่ไม่ต้องพูดเยอะ เป็นคู่หลักอยู่แล้ว ต้นทุนของ Exness ต่ำกว่าตลาดแบบสบาย ๆ ทุกบัญชีเลย
- XAUUSD (ทอง) อันนี้ผมมองว่าน่าสนใจมาก เพราะสายเทรดทองจะรู้เลยว่าค่าเฉลี่ยตลาดมันค่อนข้างสูง แต่ของ Exness กดลงมาได้เยอะจริง
- BTCUSD ก็เหมือนกัน หลายโบรกคิดค่าธรรมเนียมแรง แต่ Exness ยังทำได้ต่ำกว่าแบบเห็นได้ชัดครับ
- ถ้าเทียบกันระหว่างบัญชี
- Pro = คุ้มแบบง่าย ไม่ต้องคิดเรื่องคอม
- Raw Spread / Zero = คุ้มสุดถ้าเทรดหนัก
- Standard = ใช้ง่าย แต่ต้นทุนจะสูงขึ้นมาหน่อย
ประสบการณ์เทรดจริงกับ Exness ใช้งานจริงเป็นอย่างไร
Copy Trade ของ Exness ดีจริงไหม
พูดกันตรง ๆ เลยนะ ถ้าย้อนกลับไปช่วงก่อนปี 2025 ต้องยอมรับว่า Copy Trading ของ Exness เคยเป็นจุดขายที่ดีมาก เพราะเป็นระบบ Social Trading ที่ใช้ง่าย เลือกก๊อปกลยุทธ์จากเทรดเดอร์ได้เลย และมีข้อมูลให้ดูค่อนข้างโปร่งใสครับ
แต่…ประเด็นสำคัญคือ สถานการณ์ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้วครับ
- Exness ได้ประกาศ “ทยอยปิดบริการ Copy Trading” และจะปิดสมบูรณ์ประมาณ กลางปี 2026
- ในประเทศไทยเองก็ได้รับผลกระทบเต็ม ๆ โดย
- หยุดให้ผู้ใช้ใหม่สมัคร
- ปิดการสร้างกลยุทธ์ใหม่
- และสุดท้ายจะปิดการลงทุนทั้งหมด
- ปัจจุบันบางกรณีจะเหลือแค่ “ให้ผู้ใช้เดิมดูหรือจัดการพอร์ตเดิม” ผ่านหน้าเว็บเท่านั้น และจะไม่เปิดให้ใช้งานใหม่แล้ว
โปรโมชั่นของ Exness (อัปเดตล่าสุด)
- ไม่มีโบนัสฝากเงิน / โบนัสเครดิตฟรี
- Exness ไม่มีโปรโมชั่นสาย “เติมเงินแล้วได้โบนัสเพิ่ม” แบบโบรกทั่วไปครับ
- ฟีลคือไม่เน้นล่อใจ แต่ไปโฟกัสต้นทุนการเทรดแทน ซึ่งผมมองว่ามันเหมาะกับสายจริงจังมากกว่า
- Exness Rewards (ระบบสะสมระดับ)
- ยิ่งเทรดมาก Volume สูง ก็จะได้สิทธิประโยชน์เพิ่ม เช่น
- การซัพพอร์ตที่เร็วขึ้น
- ผู้จัดการบัญชีส่วนตัว
- เครื่องมือหรือข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม
- เป็นแนว “สายเทรดยิ่งได้เปรียบ” มากกว่าสายฝากเงินครับ
- Cashback ผ่าน Partner / IB
- สามารถรับเงินคืนจากค่าคอมมิชชั่นหรือสเปรดได้
- เหมาะมากสำหรับสายเทรดบ่อย เพราะยิ่งเทรดมาก ยิ่งคืนเยอะ
- อันนี้หลายคนใช้จริงแล้วบอกว่าช่วยลดต้นทุนได้เยอะพอสมควร
- VPS ฟรี (สำหรับสาย EA)
- มีบริการ VPS ให้ใช้ฟรี สำหรับคนที่ต้องรัน EA ตลอดเวลา
- แต่ต้องมีเงินฝากและปริมาณการเทรดตามเงื่อนไขที่กำหนด
- จุดนี้ผมมองว่าเอาใจสายออโต้เทรดโดยเฉพาะเลย
- Affiliate / IB Program
- สามารถสร้างรายได้จากการแนะนำเพื่อน หรือทำเป็นธุรกิจ IB ได้
- รายได้จะมาจาก volume การเทรดของลูกค้า
- เหมาะกับสายที่อยากทำเป็นรายได้เสริมควบคู่กับการเทรด
- กิจกรรม / Webinar / สิทธิพิเศษเฉพาะช่วง
- มีจัดเป็นช่วง ๆ เช่น สัมมนาออนไลน์ หรือกิจกรรมให้ความรู้
- ไม่ได้เป็นโบนัสเงินตรง ๆ แต่เป็นการเพิ่มความรู้และโอกาสในการพัฒนา
แพลตฟอร์มที่ Exness รองรับมีอะไรบ้าง
- MetaTrader 4 (MT4)
- ใช้งานได้ทั้งบนคอม (Windows/Mac), มือถือ และ WebTerminal
- เป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมสำหรับ Forex ใช้ง่าย รองรับ EA และอินดิเคเตอร์ครบครับ
- MetaTrader 5 (MT5)
- เวอร์ชันพัฒนาต่อจาก MT4 มีเครื่องมือวิเคราะห์เยอะกว่า และรองรับสินทรัพย์หลากหลาย
- ใช้งานได้ทั้ง Desktop, Mobile (iOS/Android) และ Web
- MetaTrader WebTerminal
- เทรดผ่านเว็บได้เลย ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม
- ใช้งานได้ทั้ง MT4 และ MT5 ผ่านเบราว์เซอร์
- Exness Terminal (Web Platform)
- เป็นแพลตฟอร์มของ Exness เอง ใช้งานผ่านเว็บ
- จุดเด่นคืออินเทอร์เฟซใช้ง่าย และใช้กราฟจาก TradingView
- Exness Trade App (มือถือ)
- แอปของ Exness โดยตรง ใช้เทรด + จัดการบัญชี + ฝากถอนในที่เดียว
- ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย เหมาะกับสายมือถือ
ขั้นตอนการสมัครสมาชิก Exness ล่าสุด
- เริ่มจากเข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ของ Exness แล้วกดปุ่ม “เปิดบัญชี” หรือ “ลงทะเบียน”
- กรอกข้อมูลพื้นฐาน เช่น ประเทศที่อยู่ อีเมล และตั้งรหัสผ่านให้ตรงตามเงื่อนไข ระบบจะสร้างบัญชีให้ทันที
- จากนั้นเข้าไปยืนยันอีเมล เพื่อเปิดใช้งานบัญชีแบบสมบูรณ์ อันนี้สำคัญมาก ไม่งั้นจะใช้งานได้ไม่เต็มที่
- เมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว ให้กรอกข้อมูลส่วนตัวเพิ่มเติม เช่น ชื่อจริง วันเกิด เบอร์โทร และข้อมูลทางการเงิน เพื่อให้ตรงกับเอกสาร
- อัปโหลดเอกสารยืนยันตัวตน เช่น บัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต และเอกสารยืนยันที่อยู่ เพื่อผ่านการตรวจสอบ (KYC)
- เลือกประเภทบัญชีเทรดที่ต้องการ เช่น Standard, Pro หรือ Raw Spread ตามสไตล์ของตัวเอง
- หลังจากยืนยันบัญชีเรียบร้อย ก็สามารถฝากเงินและเริ่มเทรดได้ทันที
ฝาก-ถอนเงินกับ Exness สะดวกและปลอดภัยหรือไม่
สรุปวิธีการฝากถอน
- ธนาคารไทย (Online Banking / QR) โอนผ่านธนาคารในประเทศ รองรับ Mobile Banking ใช้บ่อยที่สุดสำหรับคนไทย สะดวกมาก
- บัตรเครดิต/เดบิต (Visa, Mastercard) ฝากเงินได้ทันที ถอนเงินอาจใช้เวลานานกว่าวิธีอื่น
- E-wallet (เช่น Skrill, Neteller) ฝาก-ถอนค่อนข้างรวดเร็ว สะดวกสำหรับผู้ใช้งานออนไลน์บ่อย
- Cryptocurrency (เช่น BTC, USDT) รองรับสกุลเงินดิจิทัล เหมาะกับผู้ที่ใช้งานคริปโต
- Local Payment System ช่องทางชำระเงินท้องถิ่นของแต่ละประเทศ รองรับตามภูมิภาคที่ให้บริการ
- Internal Transfer โอนเงินระหว่างบัญชีภายใน Exness ทำรายการได้รวดเร็วภายในระบบ
ข้อกำหนดในการฝากถอน
- ฝากขั้นต่ำ (Standard) ประมาณ $10 (≈ 350 บาท) ซึ่งจะรองรับบางช่องทางเท่านั้นเช่นCryptocurrency แต่คนไทยส่วนมากจะนิยมใช้ Thai QR Code จึงจำเป็นต้องฝากขั้นต่ำอยู่ที่ $50 (≈ 1,650 บาท)
- ฝากขั้นต่ำ (Pro / Raw / Zero) ประมาณ $1,000
- ถอนขั้นต่ำ เริ่มประมาณ $10 ขึ้นไปซึ่งคนไทยโดยปกติจะใช้ผ่านช่องทาง Online Banking
- ถอนสูงสุด $20,000 – $1,000,000 (ขึ้นอยู่กับวิธีถอนและระดับบัญชี)
- ค่าธรรมเนียมฝาก / ถอน ฟรี (Exness ไม่คิดค่าใช้จ่าย)
ระยะเวลาและค่าธรรมเนียมในการฝากและถอนเงิน (ทดสอบจริง)
ผลงานทดสอบฝาก-ถอนจริง
- ฝากเงินจำนวน 1,630 บาท (ผ่านทาง QR code Payment)
- ขั้นต่ำประมาณ 50 USD
- ความเร็วในการฝาก: ทันที กดแล้วเงินเข้าเลยครับ
- ถอนเงินได้ 1,619.51 บาท (Online Bank เข้าบัญชีที่ทำงานฝากไป)
- หลังจากยืนยันตัวตนผ่านแอป หรือ SMS
- ความเร็วในการถอน: ทันที เช่นกัน เร็วแบบไม่ต้องลุ้นครับ
- ส่วนต่างที่เกิดขึ้น = 49 บาท
- คิดเป็นประมาณ 64%
วิเคราะห์
- ส่วนต่าง 49 บาท ตรงนี้มาจาก อัตราแลกเปลี่ยนเท่านั้น ไม่มีค่าธรรมเนียมจาก Exness เลยครับ
- ซึ่งตัวเลขระดับ ~0.64% ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติของการแปลงสกุลเงิน
ปัญหาที่ผู้ใช้งานพบจริง จากรีวิวแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ
- Trustpilot
- คะแนน: ประมาณ 7 / 5
- จำนวนรีวิว: ~29,000+ รีวิว
- ภาพรวม: คะแนนค่อนข้างสูง มีรีวิวเชิงบวกจำนวนมาก จาก Trustpilot จะเห็นชัดเลยว่า รีวิวดีเยอะมากจริง แต่ก็มี “เสียงลบ” อยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่อง ถอนเงินและระบบช่วงตลาดแรง
- ForexPeaceArmy
- คะแนน: 851 / 5
- จำนวนรีวิว: ~500–600 รีวิว
- ภาพรวม: คะแนนค่อนข้างต่ำ มีกรณีร้องเรียนจำนวนมาก โดย ForexPeaceArmy จะมีเคสที่ค่อนข้างหนัก เช่น มีคนบ่นเรื่อง เงินค้าง / การแก้ปัญหาช้า / support ไม่ช่วยจริงจัง
- Myfxbook
- คะแนน: ประมาณ 4 / 5
- จำนวนรีวิว: : ~500–600 รีวิว
- ภาพรวม: คะแนนดี ผู้ใช้จริงให้ความเห็นเชิงบวก โดย Myfxbook ภาพรวมยังออกมาดีแต่ก็มีรีวิวเชิงลบปนอยู่ แปลว่าไม่ได้เพอร์เฟกต์ครับ
- Pantip
- คะแนน: ไม่มีการให้คะแนนอย่างเป็นทางการ
- ลักษณะ: เว็บบอร์ด/กระทู้สนทนา
- ภาพรวม: ความเห็นมักมาจาก “ประสบการณ์จริงของผู้ใช้งาน” มากกว่าการรีวิวแบบให้คะแนนครับ กระทู้ที่คุณอ้างถึงมีลักษณะเป็นการแชร์ประสบการณ์ + ตั้งคำถาม + แลกเปลี่ยนความคิดเห็น พบทั้งมุมมองเชิงบวก (ใช้งานได้จริง/ถอนเงินได้/บริการโอเค) และเชิงลบ (ปัญหาการใช้งาน/ข้อกังวล/ข้อร้องเรียน)
ข้อดี
- ค่าธรรมเนียมโดยรวม “ต่ำจริง” จาก data ที่เทียบกับตลาด ทั้ง EURUSD, ทอง และ BTC จะเห็นว่าต้นทุน (Spread + Commission) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยค่อนข้างชัด
- Execution ทำได้เร็ว โดยเฉพาะบัญชี Pro และ Raw
- ระบบมีความเสถียรในภาพรวม แม้ช่วงข่าวจะมี slippage หรือ spread ขยาย แต่ยังสามารถใช้งานต่อได้
- การเลื่อน Stop Loss เร็วมาก เป็นจุดที่สำคัญมากสำหรับการควบคุมความเสี่ยง โดยเฉพาะสาย Scalping
- ฝากถอนเป็นจุดแข็งแบบชัดเจน โดยเฉพาะในไทยที่รองรับธนาคารและ QR ทำให้เงินเข้าออกเร็วมาก หลายเคสแทบจะทันที
- มีบัญชีให้เลือกครบ ตั้งแต่ Standard สำหรับมือใหม่ ไปจนถึง Raw / Zero
- จำนวนคู่เงินเยอะมาก (ประมาณ 231 คู่) และมีสินทรัพย์หลากหลาย ทั้ง Forex, ทอง, Crypto ทำให้ไม่ต้องย้ายโบรกไปมา
- เป็นโบรกที่อยู่ในตลาดมานาน ตั้งแต่ปี 2008 และเป็นหนึ่งในโบรกยุคแรก ๆ ที่เข้ามาทำตลาดในไทย ทำให้แบรนด์ค่อนข้างติดตาและมีฐานผู้ใช้จำนวนมาก
- แพลตฟอร์มรองรับครบทั้ง MT4, MT5, Web และ Mobile ทำให้ใช้งานได้ทุกสไตล์ ไม่ว่าจะสาย EA หรือสายเทรดมือถือ
- ไม่มีค่าฝากถอนและไม่มีค่า inactivity ซึ่งถือว่าได้เปรียบโบรกหลายเจ้าที่ยังมีค่าใช้จ่ายพวกนี้
ข้อเสีย
- Swap เป็นจุดอ่อนชัดเจน จากข้อมูลคือ “ไม่มีฝั่งบวก” เลย และบางสินทรัพย์อย่างทอง (XAUUSD) มี Swap Long สูงมาก ทำให้ไม่เหมาะกับสายถือออเดอร์ข้ามคืน
- ลูกค้าส่วนใหญ่ (รวมถึงคนไทย) จะอยู่ภายใต้ License Offshore (Tier 3) เช่น Seychelles ซึ่งให้ leverage สูงก็จริง แต่ความคุ้มครองต่ำกว่าฝั่ง Tier 1 อย่าง FCA หรือ CySEC
- มี slippage และ spread ขยายในช่วงข่าวแรง ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องปกติของตลาด แต่สำหรับสายข่าวอาจต้องวางแผนให้ดี
- ความเร็วโดยรวมดี แต่ไม่ได้เหนือกว่าโบรกสาย ECN ระดับท็อปทุกด้าน โดยเฉพาะเรื่อง liquidity ในบางช่วงตลาด
- การเลื่อน Take Profit ช้ากว่า SL อย่างชัดเจน ซึ่งอาจมีผลกับสายตั้ง TP ใกล้ ๆ หรือเทรดสั้นมาก
- มีรีวิวด้านลบจากผู้ใช้งานจริง เช่น ถอนเงินติดเงื่อนไข หรือซัพพอร์ตตอบช้า โดยเฉพาะในเว็บอย่าง ForexPeaceArmy ที่เน้นเคสร้องเรียน
- ซัพพอร์ตโดยรวมดีในเคสทั่วไป แต่ในเคสซับซ้อนอาจใช้เวลานานกว่าที่คาด
- Copy Trade ซึ่งเคยเป็นจุดขายถูกยกเลิก โดยเฉพาะในไทย ทำให้ตัวเลือกสำหรับมือใหม่ลดลง
- บางช่วงตลาดผันผวน ระบบอาจมีอาการหน่วงเล็กน้อย หรือ execution ไม่ได้เร็วเท่าปกติ
บทสรุป Exness จากมุมมองมืออาชีพ
Exness เป็นโบรกที่ “ออกแบบมาเพื่อการเทรดระยะสั้น” อย่างชัดเจน ทั้งในแง่ต้นทุนที่ต่ำกว่าเฉลี่ยตลาด ความเร็ว execution ที่อยู่ในระดับแข่งขันได้ และระบบที่ค่อนข้างเสถียรในสภาวะปกติ ทำให้เหมาะกับสาย Scalping และ Day trade มากกว่าสายถือยาว อย่างไรก็ตาม จุดที่ต้องพิจารณาคือ Swap ที่ไม่เป็นมิตรกับการถือออเดอร์ข้ามคืน ซึ่งอาจเพิ่มต้นทุนโดยไม่รู้ตัว หากใช้งานถูกสไตล์ Exness ถือว่าเป็นโบรกที่ “คุ้มค่าและใช้งานจริงได้ดี” แต่ถ้าเน้นความปลอดภัยระดับสูงหรือถือยาว อาจต้องพิจารณาเพิ่มเติมครับ
อ้างอิง
- Pantip discussion: โบรกเกอร์ exness ดีไหมครับ รีวิวหน่อย (n.d.). โบรกเกอร์ Exness ดีไหมครับ รีวิวหน่อย. สืบค้นเมื่อ 26 เมษายน 2026, จาก https://pantip.com/topic/42779970
- Trustpilot reviews: Exness (n.d.). Exness reviews. สืบค้นเมื่อ 26 เมษายน 2026, จาก https://www.trustpilot.com/review/exness.com
- Myfxbook reviews: Exness (n.d.). Exness reviews. สืบค้นเมื่อ 26 เมษายน 2026, จาก https://www.myfxbook.com/th/reviews/brokers/exness/8933,1
- ForexPeaceArmy reviews: Exness (n.d.). Exness forex broker reviews. สืบค้นเมื่อ 26 เมษายน 2026, จาก https://www.forexpeacearmy.com/forex-reviews/5828/exness-forex-brokers
